Pretty Pat

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

ท่องเที่ยวเชียงคาน

  เชียงคาน ผมมีโอกาสมาเยือนที่นี่ถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2550 ผมมากับพ่อแม่ ชั่วชีวิตที่ผ่านมาเท่าที่จำความได้ผมไม่เคยเห็น
พ่อกับแม่ไปไหนเลย นอกจากจังหวัดบ้านของตัวเอง นี่จึงเป็นการเดินทางไปจังหวัดอื่นๆครั้งแรกในชีวิตของท่านทั้ง 2 คน ความจริงผม
มาทำงานแต่อยากพาท่านมาเที่ยวด้วย รู้สึกอุ่นใจไม่น้อยที่มีทั้ง 2 คนเดินทางมาด้วย
       ครั้งที่สอง ผมมากับคนคนนึง เป็นการเที่ยวด้วยกันครั้งแรกของเรา 2 คนและก็เป็นครั้งสุดท้ายอีกเช่นกัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึก
ประทับใจกับสถานที่เลือนหายไป ทันทีที่เดินทางมาถึงเชียงคาน ผมก็มีความรู้สึกว่าชีวิตของเราเดินช้าลง ไม่ต้องไปเร่งรีบกับชีวิตให้วุ่นวาย
ใช้จักรยานแทนรถเครื่อง อาคารไม้เก่าแก่ดูเ็็ป็นเสน่ห์ดึงดูดแรกๆ ที่คนมาเที่ยวเชียงคานนึกถึง เดินไปทางไหนก็มีแต่รอยยิ้มและมิตรไมตรี
ีของผู้คนที่นี่ที่พร้อมต้อนรับบุคคลแปลกหน้าอย่างสม่ำเสมอ
      เชียงคาน ไม่ได้มีเพียงแต่บ้านเรือนเก่าคลาสสิค แต่ยังมีสิ่งยึดเหนี่ยวของชาวบ้านที่นี่อีกมากมาย นั้นก็คือวัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน จากเชียงคาน - ปากชมประมาณ 6 กิโลเมตร พระพุทธบาทภูควายเงินเป็นรอยพระพุทธบาทประดิษฐานบน
หินลับมีด ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อพ.ศ. 2478 รอยพระพุทธบาทภูควายเงินเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านในแถบนี้มาก
ทุกปีในวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 3 ทางวัดจะจัดงานสมโภชประจำปีถือเป็นงานสำคัญของชาวบ้านในแถบนี้ วัดศรีคุณเมือง วัดเก่าแก่คู่เมือง
เชียงคาน สวยงามด้วยศิลปะที่ผสมผสานระหว่างล้านนาและล้างช้าง หรือจะไปชมซุ้มประตูวิหารทรงโค้งแปลกตาที่ วัดโพนชัย หรือ
วัดท่าแขก ที่อยู่บนเส้นทางที่จะไปแก่งคุดคู้ ก็มีความงามไม่น้อยหน้าเช่นกัน เพราะเป็นวัดเก่าแก่โบราณ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ปัจจุบันเป็น
วัดธรรมยุต ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก
  พาหนะที่พวกเราใช้ตลอดการอยู่ที่นี่ก็คือจักรยาน ซึ่งก็เป็นการออกกำลังกายไปในตัวและช่วยลดภาวะโลกร้อน ไม่เฉพาะพวกเราเท่านั้น
ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ก็ยังอนุรักษ์ไว้ มีบ้างที่เปลี่ยนเป็นรถเครื่อง ซึ่งเป็นไปตามกาลเวลาตามนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ แต่ก็ไม่ได้มาก
มายจนทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป เพราะถึงแม้สิ่งต่างๆจะหมุนเวียนไปตามโลก แต่ความสงบของเชียงคาน ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันได้อย่าง
ดีไม่เสื่อมคลาย ระหว่างที่ปั่นจักรยานชมความงามของเมืองเชียงคาน สายตาของผมก็ได้สัมผัสกับสภาพบ้านเรือนของที่นี่ ที่ต่างยังคงเป็น
แบบเรือนไม้ดั้งเดิม อาจมีบางหลังที่แปรสภาพเป็นปูนไปแล้ว แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้การมาเยือนของผม
สนุกสนานกับการได้บันทึกความทรงจำไว้เป็นภาพถ่าย และมีความสุขที่ได้ยินเสียงกดชัตเตอร์บันทึกภาพแต่ละใบ บ้านเรือนแต่ละหลังก็จะ
มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เก่ามากบ้าง เก่าน้อยบ้าง แต่ผมกลับคิดว่า นี่แหละคือเสน่ห์ของเชียงคานจริงๆ มันดูคลาสสิคและมีเสน่ห์
บ้านผมปัจจุบันก็บ้านไม้ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผมชอบบ้านเหล่านี้นักหนา
     กิจกรรมในช่วงเช้าที่ทุกคนพร้อมใจกันทำ นั่นคือการใส่บาตรบ้านแต่ละหลังก็จะหุงหาอาหารพร้อมสรรพ ทุกๆเช้าจะมาพระบิณฑบาตร
เดินเรียงกันเป็นภาพที่ดูน่าประทับใจยิ่งนัก ใครๆหลายคนบอกที่กรุงเทพฯก็มีภาพแบบนี้ แต่สำหรับผมกลับรู้สึกว่าที่นี่มันมีมนต์เสน่ห์อบ่าง
บอกไม่ถูก ส่วนกิจกรรมส่วนใหญ่ในยามสายของผู้เฒ่าผู้แก่ที่นี่ก็คือการมานั่งสนทนากัน มองดูชีวิตที่แปลกหน้าแปลกตาที่หมั่นแวะเวียน
มาเยือนเชียงคาน หลายชีวิตมาแล้วก็จากไป หลายชีวิตก็ทิ้งความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ย้อนกลับมาโหยหาความสงบอีกครั้งอย่างไม่มีวันเบื่อ
ชียงคาน มีเกสเฮ้าต์์หลายแห่ง ราคาแตกต่างกันไป แต่ก็ไม่ได้แพงอะไรมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เรือนแรมลูกไม้ แซมเกสเฮ้าต์์ เชียงคานเกสเฮ้าท์ และอีกมากมาย ที่ตั้งอยู่บนถนนชายโขงติดริมแม่น้ำโขง สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่ทั้ง 2 ครั้งผมเลือกพักที่ โฮมสเตย์ของ คุณยายศรีพรรณ ด้วยความที่แกอยู่คนเดียวแขกทุกคนที่ไปเยือนจึงเปรียบเสมือนลูกหลานที่จากบ้านไปไกลแล้วกลับมา
เยี่ยมแกอีกครั้ง คุณยายศรีพรรณ จะรู้สึกกระตือรือร้นต้อนรับแขกผู้มาเยือนทุกครั้ง จัดการหุงหาอาหาร นึ่งข้าวเหนียวใส่บาตรช่วงเช้า
ขอเพียงผ่านไปทักทายคุณยายบ้าง ก็คงจะพอคลายเหงาให้แกได้ไม่น้อย

http://www.paiduaykan.com/

ตลาดน้ำอัมพวา


สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายริมคลองแบบสมัยก่อนโดยมีแม่น้ำลำคลองเป็นเส้นทางสายหลักในการเดินทางแล้วละก็ ตลาดน้ำอัมพวาที่จังหวัดสมุทรสงครามแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ต้องมาสัมผัสกัน

ตลาดน้ำอัมพวาแห่งนี้เป็นตลาดยามเย็น จะเริ่มต้นกิจกรรมต่างๆกันตั้งแต่เวลา 15.00น. ไปจนถึง 21.00 น. โดยประมาณ ที่นี่จะมีร้านค้าขายสินค้ามากมายหลายประเภททั้งของกิน ของใช้ เรียงรายอยู่ 2 ฝั่งคลอง อีกทั้งยังมีพ่อค้าแม่ค้าที่พายเรือมาขายด้วย ของที่มาขายในเรือจะเน้นของกินเป็นหลักไม่ว่าจะเป็น ปลาหมึกย่างพร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ด กุ้งแม่น้ำตัวโต หอยเซลปิ้งสดสด หรือจะเป็นพวกผัดไทยอีก 1เมนูที่ไม่ควรพลาดก็มีให้เลือกชิมกันมากมายหลายร้าน และที่ขาดไม่ได้ก็จะเป็นพวกผลไม้สดใหม่จากสวน

พวกขนมโบราณแบบไทยแท้ก็มีชิมกันหลากหลายประเภท อาทิเช่นขนมลืมกลืน ขนมชื่อแปลกแต่รสชาติถูกปาก หรือว่าจะเป็นขนมหม้อแกงที่ใส่มาในหม้อดินเผาใบน้อย ก็น่าสนใจซื้อหากลับไปลิ้มลองความอร่อยเหมือนกัน ของขึ้นชื่ออีกอย่างของจังหวัดสมุทรสงครามที่หาซื้อได้จากที่นี่ก็คือ ปลาทูนึ่งตัวอวบอ้วนจากแม่กลอง โดยจะมีสโลแกนประจำตัวด้วยว่า “ปลาทูนึ่งแม่กลองต้องหน้างอ คอหัก” จะเพราะอะไรและทำไมต้องเรียกแบบนี้คงต้องตามไปดูกัน

นอกจากจะได้อิ่มหนำกับรสชาติอาหารแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นที่น่าสนใจด้วย อย่างเช่น การนั่งเรือไปไหว้พระที่วัดริมแม่น้ำแม่กลอง พร้อมกับชมบรรยากาศสองฟากฝั่งคลอง และอีกหนึ่งอย่างเมื่อได้มาถึงอัมพวาก็คือ การนั่งเรือไปดูหิ่งห้อยที่บินออกมาส่องแสงเรืองรองในยามค่ำคืน จะมีค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 60-80 บาทต่อคน หรือจะเช่าเหมาเรือเป็นหมู่คณะเลยก็ได้

สำหรับคอเพลงรุ่นเก่าจะพลาดไม่ได้เลยกับ “บ้านครูเอื้อ สุนทรสนาน” ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม ซึ่งจะมีของใช้ส่วนตัวของครูเอื้อให้เราได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก อีกทั้งยังสามารถซื้อหาแผ่นเพลงของครูเอื้อได้อีกด้วย

ถ้าใครยังติดใจบรรยากาศคึกคักกับตลาดริมน้ำ หรืออยากจะสัมผัสความเงียบสงบในแบบบ้านพักริมน้ำที่นี่ก็ยังมีที่พักแบบโฮมสเตย์ไว้รองรับสำหรับผู้มาเยือน และถ้ามีโอกาสได้พักสักหนึ่งคืน รับรองว่าจะต้องติดใจในความมีชีวิตที่อัมพวาแห่งนี้อย่างแน่นอน

การเดินทางไปตลาดน้ำอัมพวา
รถตู้โดยสารประจำทาง สามารถขึ้นรถได้ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทางฝั่งถนนพหลโยธิน คิดค่าบริการประมาณ 100 บาทต่อคน

รถโดยสารประจำทาง ขึ้นรถสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี มาลงที่ตลาดแม่กลอง แล้วจึงนั่งรถต่อไปที่ตลาดน้ำอัมพวา จะมีให้เลือกทั้งรถสองแถว รถโดยสารประจำทางและรถตุ๊กตุ๊ก

สอบถามเวลาเดินทางและค่าโดยสารเพิ่มเติมบริษัท ขนส่ง จำกัด http://www.transport.co.th
http://www.thailands360.com

เกาะคิวชู


คีวชู (ญี่ปุ่น: 九州 Kyūshū เก้าแคว้น ?) เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น และตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่เกาะญี่ปุ่น มีเนื้อที่ 35,640 ตารางกิโลเมตร และมีประชากร 14,779,000 คน (ปี 2003)
เขตการปกครอง

ชื่อคีวชูมีความหมายตามตัวอักษรว่า "9 จังหวัด" ซึ่งหมายถึงเก้าจังหวัดดั้งเดิมในภูมิภาคไซไกโดบนเกาะ คือ ชิกุเซน ชิกุโงะ ฮิเซน ฮิโงะ บุเซน บุงโงะ ฮีวงะ โอะซุมิ และซะสึมะ
ปัจจุบันนี้ภูมิภาคคีวชู (九州地方 kyūshū-chihō) เป็นภูมิภาคทางการปกครองที่ประกอบด้วย จังหวัด (prefectures) 8 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่บนตัวเกาะคีวชูรวมทั้งหมู่เกาะโอะกินะวะด้วย ได้แก่
จังหวัดฟุกุโอะกะ
จังหวัดคะโงะชิมะ
จังหวัดคุมะโมะโตะ
จังหวัดมิยะซะกิ
จังหวัดนะงะซะกิ
จังหวัดโออิตะ
จังหวัดโอะกินะวะ
จังหวัดซะงะ
จังหวัดฟุกุโอะกะมีประชากรมากที่สุดบนเกาะ เมืองใหญ่ที่สุดบนเกาะคือเมืองฟุกุโอะกะ มีศูนย์ธุรกิจหลักกับสนามบินระหว่างประเทศเมืองที่มีเครื่องหมายโดยกฏเทศบัญญัติการปกครองของญี่ปุ่นและเป็นศูนย์กลางสำหรับเมืองที่มีอุตสาหกรรมหนัก
[แก้]เศรษฐกิจ

ผลิตภัณฑ์การเกษตรหลักเป็นข้าว ชา ยาสูบ มันหวาน และผ้าไหม ยังถูกผลิตอย่างกว้างขวาง อุตสาหกรรมหนักถูกเพ่งเล็งในทิศเหนือรอบเมืองคิตะกีวชู เมืองนะงะซะกิ และเมืองโออิตะ และรวมถึงเคมีและโลหะที่อยู่บนเกาะ

http://th.wikipedia.org

จัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม และ มหาวิหารฟลอเรนซ์


จัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม และ มหาวิหารฟลอเรนซ์

      เมื่อปี ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525) ใจกลางเมืองเก่าของเมืองฟลอเรนซ์ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (Unesco) เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของเรอเนสซองส์ ที่ได้เติบโตขึ้นเป็นอิทธิพลทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมภายใต้การปกครองของตระกูลเมดิชี (Medici) ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 -16 รวมไปถึงกิจกรรมทางศิลปะที่พิเศษอันดำเนินไปในช่วง 600 ปี เห็นได้ชัดเจนที่สุดจากสถานที่ท่องเที่ยว โบราณสถาน และอื่นๆในเขตเมืองเก่าฟลอเรนซ์ 

      สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองฟลอเรนซ์นั้น จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวแรกนั้นขอแนะนำให้คุณมุ่งหน้าไปยังบริเวณใจกลางเมืองเก่าของเมืองฟลอเรนซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของจัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) จัตุรัสที่ถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากที่สุดในยุโรป โดยจัตุรัสนั้นตั้งอยู่ในใจกลางของศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมืองฟลอเรนซ์ 
http://travel.thaiza.com

เมืองฟลอเรนซ์


         เที่ยวเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี
การท่องเที่ยวประเทศอิตาลี (Italy) หรือ สาธารณรัฐอิตาลี (Italian Republic) อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่บริเวณยุโรปใต้ ตั้งอยู่ในคาบสมุทรอิตาลีที่มีรูปทรงคล้ายรองเท้าบูต และมีเกาะ 2 เกาะใหญ่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ เกาะซิซิลีและเกาะซาร์ดิเนีย โดยมี กรุงโรม (Rome) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซีโอและประเทศอิตาลี ...
เมืองฟลอเรนซ์

      เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) หรือ เมืองฟีเรนเซ (Firenze) คืออีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี ที่ http://travel.thaiza.com/ อยากแนะนำให้คุณไปเยือนสักครั้งหนึ่ง โดยเมืองฟลอเรนซ์นั้นเป็นเมืองหลวงของจังหวัดฟลอเรนซ์ (Firenze: FI) และแคว้นทัสกานี (Tuscany) แคว้นที่มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ศาสนา วัฒนธรรม และอุตสาหกรรม ของประเทศอิตาลีนั่นเอง

      เมืองฟลอเรนซ์ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน (Arno River) ปัจจุบันเมืองแห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากเป็นอันดับต้นๆของโลก โดยเฉพาะในช่วงยุคกลางเมืองฟลอเรนซ์ยังเป็นศูนย์กลางทางการค้าและทางการเงิน และถือกันว่าเป็นที่เกิดของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา และยังมีชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและสถาปัตยกรรม ในยุคกลางฟลอเรนซ์เป็นที่รู้จักกันในนามว่าเอเธนส์อีกด้วย
 จัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม และ มหาวิหารฟลอเรนซ์

      เมื่อปี ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525) ใจกลางเมืองเก่าของเมืองฟลอเรนซ์ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (Unesco) เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของเรอเนสซองส์ ที่ได้เติบโตขึ้นเป็นอิทธิพลทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมภายใต้การปกครองของตระกูลเมดิชี (Medici) ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 -16 รวมไปถึงกิจกรรมทางศิลปะที่พิเศษอันดำเนินไปในช่วง 600 ปี เห็นได้ชัดเจนที่สุดจากสถานที่ท่องเที่ยว โบราณสถาน และอื่นๆในเขตเมืองเก่าฟลอเรนซ์

      สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองฟลอเรนซ์นั้น จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวแรกนั้นขอแนะนำให้คุณมุ่งหน้าไปยังบริเวณใจกลางเมืองเก่าของเมืองฟลอเรนซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของจัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) จัตุรัสที่ถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากที่สุดในยุโรป โดยจัตุรัสนั้นตั้งอยู่ในใจกลางของศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมืองฟลอเรนซ์
http://travel.thaiza.com

ประเทศอิตาลี




 https://www.google.co.th

โยะโกะฮะมะ


        โยะโกะฮะมะ (ญี่ปุ่น: 横浜市 Yokohama-shi ?) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดคะนะกะวะในประเทศญี่ปุ่น มีประชากร 3.6 ล้านคน โยะโกะฮะมะเป็นเมืองท่าที่สำคัญในญี่ปุ่นและเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศและเป็นสถานที่ถ่ายหนังเรื่อง"ศึกรวมพลัง 8 พี่น้องอุลตร้า"
[แก้]สถานที่ท่องเที่ยว

ศาลาอนุสรณ์ท่าเรือโยะโกะฮะมะ (Yokohama Port Opening Memorial Hall) สร้างด้วยอิฐแดงสวยงาม สถานที่แห่งนี้รอดเงื้อมมือแผ่นดินไหว ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1923 และระเบิดของสงครามโลกครั้งที่สองมาได้อย่างมหัศจรรย์ นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังเป็นสถานที่ราชการที่สำคัญอีกหลายแห่งรวมทั้งสำนักงานศุลกากรโยโกฮาม่า ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล
มารีนทาวเวอร์ (Marine Tower) หอคอยสูง 106 เมตร รูปทรงทันสมัยตั้งเด่นตระหง่าน ยามค่ำคืนจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาถ่ายรูปบริเวณนี้
สวนสาธารณะยะมะชิตะ (Yamashita Park) ภายในสวนมีสิ่งน่าดูหลายอย่าง และยามค่ำคืนภายในสวนฤดูที่ท้องฟ้ากระจ่าง อาจได้ยินเสียงเพลงลอยมาไม่ไกลนักจากฝั่ง
ไชน่าทาวน์หรือจูกะไก เป็นถิ่นชาวจีนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเก่าแก่เกือบพอๆกับย่านท่าเรือ มีอาหารให้เลือกรับประทานมากมาย ภัตตาคารอาหารมีอยู่ราว 150 ร้าน ร้านจำหน่ายขนมหวานที่นำเข้าจากจีน และสินค้าเบ็ดเตล็ดจากที่อื่นๆ ในเอเชีย
พิพิธภัณฑ์ยามาเตะ (Yamate Museum) อยู่ไม่ไกลนักจากสุสาน จัดแสดงวิถีชีวิตชุมชนชาวต่างชาติในยุคแรกๆของที่นี่ได้อย่างแปลกตา และพิพิธภัณฑ์ยังตั้งอยู่ใกล้โรงเบียร์แห่งแรกของญี่ปุ่นอีกด้วย

http://th.wikipedia.org/